إعدادات العرض
แท้จริงส่วนหนึ่งจากสิ่งที่มนุษย์ได้รับรู้จากคำพูดของบรรดาศาสนทูตก่อนๆ คือ หากเจ้าไม่มีความละอายแล้ว…
แท้จริงส่วนหนึ่งจากสิ่งที่มนุษย์ได้รับรู้จากคำพูดของบรรดาศาสนทูตก่อนๆ คือ หากเจ้าไม่มีความละอายแล้ว ก็จงทำตามสิ่งที่เจ้าประสงค์เถิด
จากอบูมัสอูด นั่นคือ อุกบะฮ์ อิบนุ อัมริน อัล-อันศอรีย์ อัล-บัดรีย์ เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ เล่าว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงส่วนหนึ่งจากสิ่งที่มนุษย์ได้รับรู้จากคำพูดของบรรดาศาสนทูตก่อนๆ คือ หากเจ้าไม่มีความละอายแล้ว ก็จงทำตามสิ่งที่เจ้าประสงค์เถิด"
الترجمة
العربية Español አማርኛ English اردو Indonesia বাংলা Français Türkçe Русский Bosanski සිංහල हिन्दी 中文 فارسی Tiếng Việt Tagalog Kurdî Hausa Português മലയാളം తెలుగు Kiswahili தமிழ் Deutsch 日本語 پښتو অসমীয়া Shqip Svenska Nederlands ગુજરાતી Кыргызча नेपाली Lietuvių دری Српски тоҷикӣ Kinyarwanda Română Magyar Čeština Moore Malagasy Oromoo ಕನ್ನಡ Wolof Azərbaycan O‘zbek Українська ქართული Македонски ភាសាខ្មែរ ਪੰਜਾਬੀ मराठी Kirundi Kurmancî Bahasa Melayu Yaoالشرح
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกเราว่าหนึ่งในคำสั่งเสียที่บรรดานบีก่อนหน้านี้ได้กล่าวไว้ และผู้คนได้เผยแพร่กันระหว่างกัน และสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงรุ่นแรกของประชาชาตินี้ คือ การพิจารณาสิ่งที่เราต้องการจะทำ หากสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าอายก็จงทำมัน แต่หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่น่าอายก็จงละเว้น เพราะการยับยั้งไม่ให้กระทำสิ่งที่น่าเกลียดคือนิสัยของความละอาย ผู้ที่ไม่มีความละอายจะถลำตัวเข้าสู่ความชั่วร้ายและสิ่งที่ถูกตำหนิทุกประการ.فوائد الحديث
ความละอายเป็นรากฐานของคุณธรรมอันสูงส่ง.
ความละอายเป็นคุณลักษณะหนึ่งของบรรดานบี (ศาสดา) ทั้งหลาย และเป็นสิ่งที่ได้รับการสืบทอดจากพวกเขา
ความละอายคือสิ่งที่ทำให้มุสลิมทำสิ่งที่สวยงามและมีคุณค่า และละเว้นสิ่งที่ทำให้เสื่อมเสียและน่าอับอาย
อัล-นะวาวีย์ กล่าวว่า: คำสั่งในนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งมุบาฮ์ (มีสิทธิ์เสรีในการปฏิบัติ) หมายความว่า หากคุณต้องการทำอะไรสักอย่าง หากเป็นสิ่งที่คุณทำแล้วไม่เกิดความละอายใจจากอัลลอฮ์หรือจากผู้คน ก็จงทำ ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็อย่าทำ และนี่คือ แนวทางของศาสนาอิสลาม กล่าวคือคำสั่งใช้ในศาสนานั้นมีทั้งเป็นข้อบังคับและส่งเสริมให้ปฏิบัติ โดยจะเกิดความละเอียดเมื่อละทิ้งมัน ส่วนคำสั่งห้ามในศาสนานั้นมีทั้งฮะรอม(ห้ามเด็ดขาด)และมักรูฮ์(ทรงเสริมให้ละทิ้ง) ก็จะเกิดความละอายเมื่อปฏิบัติ ส่วนอัลมุบาฮ์(สิ่งที่ศาสนาให้สิทธิ์เสรีในการปฏิบัติ) ความละอายที่เกิดจากการปฏิบัติก็มีโอกาศเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับการละทิ้ง ฉะนั้นหะดีษข้างต้นมีเนื้อหาครอบคลุมหุกุมทั้ง 5 ประการ, มีการกล่าวกันว่า : คำสั่งในหะดีษคือการห้าม นั้นหมายถึง เมื่อใดที่เจ้าไร้ยางอายก็จงทำในสิ่งที่เจ้าปรารถนาเถิด เพราะแท้จริงแล้วอัลลอฮ์จะทรงตอนแทนเจ้าเอง , บ้างก็กล่าวว่า : มันคือคำสั่งที่มีความหมายถึงการแจ้งให้ทราบ กล่าวคือ : ผู้ใดที่ไม่มีความอายเขาก็จะทำในสิ่งที่เขาต้องการ
