إعدادات العرض
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม
จากอบู อับดิลลาฮ์ นั่นคือ อัน-นุอ์มาน อิบนุ บะชีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดเจนเช่นกัน และในระหว่างทั้งสองนั้นมีสิ่งที่คลุมเครือ (ไม่ชัดเจน) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้นผู้ใดรักษาตนจากสิ่งที่คลุมเครือได้ เขาก็รักษาศาสนาและเกียรติยศของเขาได้ และผู้ใดที่ตกอยู่ในสิ่งที่คลุมเครือ ก็เสมือนกับว่าเขาได้ตกอยู่ในสิ่งที่ต้องห้าม เปรียบดังเช่นผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์อยู่รอบ ๆ บริเวณเขตหวงห้าม ซึ่งกลัวว่ามันอาจเล็ดลอดเข้าไปกินในนั้น พึงทราบเถิดว่า กษัตริย์ทุกคนย่อมมีเขตหวงห้าม และพึงทราบเถิดว่า แท้จริงเขตหวงห้ามของอัลลอฮ์คือสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พึงทราบเถิดว่า ในร่างกายมนุษย์มีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากเนื้อก้อนนั้นดี ร่างกายก็จะดีตาม และหากเนื้อก้อนนั้นเสีย ร่างกายก็จะเสียตามไปด้วย พึงทราบเถิดว่า เนื้อก้อนนั้นคือ หัวใจ"
الترجمة
العربية Español አማርኛ English اردو Indonesia ئۇيغۇرچە বাংলা Français Türkçe Русский Bosanski සිංහල हिन्दी 中文 فارسی Tiếng Việt Tagalog Kurdî Hausa Português മലയാളം తెలుగు Kiswahili தமிழ் မြန်မာ Deutsch 日本語 پښتو অসমীয়া Shqip Svenska Nederlands ગુજરાતી Кыргызча नेपाली Yorùbá Lietuvių دری Српски Soomaali тоҷикӣ Kinyarwanda Română Magyar Čeština Moore Malagasy Fulfulde Italiano Oromoo ಕನ್ನಡ Wolof Български Azərbaycan Ελληνικά Akan O‘zbek Українська ქართული Lingala Македонски ភាសាខ្មែរ Bambara ਪੰਜਾਬੀ मराठी Kirundi Kurmancî Bahasa Melayu Yaoالشرح
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ชี้แจงกฎทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ และในศาสนามันถูกแบ่งออกเป็นสามประเภท : สิ่งที่ได้รับอนุมัติชัดเจน สิ่งต้องห้ามชัดเจน และสิ่งที่คลุมเครือไม่ชัดเจนว่ามันเป็นสิ่งที่ได้รับอนุมัติหรือเป็นสิ่งต้องห้ามซึ่งคนจำนวนมากไม่รู้ ดังนั้นผู้ใดที่ละทิ้งสิ่งที่คลุมเครือนั้น แน่นอนศาสนาของเขาก็จะปลอดภัยโดยการไม่ตกอยู่ในสิ่งต้องห้าม และเกียรติยศของเขาก็จะปลอดภัยจากคำพูดของผู้คนที่ตำหนิเขาด้วยเหตุที่เขากระทำในสิ่งที่คลุมเครือ และผู้ใดที่ไม่ปลีกตัวออกจากสิ่งคลุมเครือ แน่นอนเขากำลังนำตัวเองไปสู่การกระทำที่เป็นสิ่งต้องห้าม หรือทำให้ผู้คนลดเกียรติของเขา และท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงสภาพของผู้ที่กระทำสิ่งที่คลุมเครือ โดยเปรียบเทียบผู้นั้นเป็นเสมือนผู้เลี้ยงแกะที่เลี้ยงแกะของเขาใกล้บริเวณเขตต้องห้าม แล้วแกะของเขาอาจจะรุกล้ำเข้าไปกินในเขตต้องห้ามนั้น เนื่องด้วยใกล้เคียงกัน และเช่นเดียวกัน ผู้ใดที่กระทำสิ่งที่มีความคลุมเครือ แน่นนอนเขาผู้นั้นจะเข้าใกล้สิ่งต้องห้ามและเขาอาจจะตกสู่การกระทำในสิ่งที่ต้องห้ามนั้นได้ จากนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง (ซึ่งก็คือหัวใจ) ร่างกายจะดีหากเนื้อก้อนนั้นดี และร่างกายจะเสียหากเนื้อก้อนนั้นเสียفوائد الحديث
หะดีษนี้เป็นกฎสำหรับการป้องกันความคลุมเครือ
สร้างแรงจูงใจให้ละทิ้งสิ่งที่คลุมเครือที่หุก่ม (ข้อตัดสิน) ของมันยังไม่ชัดเจน
